สวัสดีทุกท่านนะครับ และต้อนรับเข้าสู่ Episode 1 ของผมนะครับ แต่ก่อนอื่นเลยผมขอกราบขอบพระคุณ
 
คุณประกิต กอบกิจวัฒนา ที่ได้แต่งหนังสือที่ชื่อว่า อยู่เมืองดัดจริต ชีวิตต้องป๊อป จนเป็น #quotation ที่สำคัญคำหนึ่งต่อ Social Network ไปสะแล้ว และเป็นแรงบันดาลใจให้กับ คุณภูภู่ฯ ที่น่ารักของทุกคน (ตอนนี้บล็อกของพี่ท่านว่างไปแล้ว คงจะย้ายรกรากไปตั้งอยู่ ณ เพจเฟซบุ๊ค ชมรมผู้นิยมสาวแว่นแห่งประเทศไทย (ชสวท.) สะแล้วละมังครับ) ซึ่งคุณภูภู่ภู้ภู๊ภู๋ได้นำเอาชื่อหนังสือของคุณประกิตไปตั้งเป็นชื่อบทในหนังสือพ็อกเก็ตบุคของเขาในชื่อว่า อยู่เมืองดัดจริต ชีวิตต้องกระแดะ นั้นเองๆๆๆๆๆๆ Embarassed
 
ทีนี้ทุกคนก็ได้ทราบถึงที่มาของ "อยู่เมืองดัดจริต ชีวิตต้องกระแดะ" กันแล้วนะครับ แต่การนำเสนอของผมเป็นการพิมพ์ผ่านบล็อกนะ ซึ่งต่างกับของคุณประกิตที่ใช้การนำเสนอผ่านศิลปะนะครับ แต่ว่า . . . แล้วไอ้เมืองดัดจริตนี่มันอยู่ที่ไหนกันล่ะ?
 
จากคำให้การณ์ของพยานปากเอกของเรา "อากู๋รู้ทุกเรื่อง aka google.com" ให้การณ์ไว้ว่า "เมืองดัดจริตตามความคิดของคุรประกิตนั้นคือ กรุงเทพมหานครนั้นเอง" ซึ่งข้อมูลเบื้องลึกสามารถไปอ่านได้ในหนังสือของเขานะครับ
 
แล้วกรุงเทพเป็นเมืองดัดจริต . . . จริงมั้ย? ประชากรในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานครนั้นเป็นคนดัดจริตจริงหรือเปล่า? หรือใครกันแน่ที่เรียกได้ว่าเป็นคนดัดจริต?
 
ผมก็เป็นเด็กกรุงเทพคนหนึ่ง ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองฟ้าอมร สมเป็นนครมหาธานี นี้มายาวนานกว่า 20 ปี และเป็นหนึ่งในประชากรคนกรุงเทพ ซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าในกลางปี 2557 จะมีจำนวนประชากรถึง 7.98 ล้านคน จากประชากรทั้งประเทศทั้งสิ้น 64.87 ล้านคน คิดเป็นร้อยละจำนวนประชากรจังหวัดกรุงเทพต่อจำนวนประชากรทั้งประเทศได้เท่ากับ 12.30 (สำนักงานสถิติแห่งประเทศไทย, 2557)
 
เท่ากับว่าประชากรทั้งประเทศ 12.30% จะเป็นคนดัดจริต!!
 
ซึ่งผมเป็นเด็ก Gen. Y และผมไม่คิดว่าผมเป็นคนดัดจริต //ตอแหล!! Cry
 
แต่จากความเห็นส่วนตัวผมเชื่อว่าคนดัดจริต ก็คือคนดัดจริต มันมาจากนิสัยและสันดานของตัวของเขาเองมากกว่าจะเกิดจากจังหวัดไหนนะ
 
ฤๅผมนั้นคิดผิด?
 
แล้วคุณคิดอย่าไรบ้าง?
 
ถ้าหากคำว่า "Globalization" นั้นจะสร้างให้คนทั้งประเทศดัดจริตจริง ชีวิตเราจะต้องป๊อปตามเขาไหม? ผมว่ามันก็อาจจะมีส่วนนะ เพราะประเทศที่เผยแพร่เรื่องโลกาภิวัฒน์เนี่ย มันก็ USA เจ้าของ "Pop Culture" นี่หว่า
 
และผมคิดว่าเส้นทางที่จะเข้าสู่วงการป๊อประดับสากลได้นั้น คนๆนั้นจะต้อง "กระแดะ" มากๆแน่นอน ซึ่งโดยพื้นฐานของสังคมไทยเรามันไม่ได้ป๊อปแบบสหรัฐฯแต่แรกอยู่แล้วนี่นา เราไปเปลี่ยนอะไรตามเขามันก็เรียกว่ากระแดะทำไปเพื่อให้เหมือนนั้นแหละ
 
แต่ในที่สุดสังคมโลกก็ต้องเปลี่ยนไปอยู่ดี เนื่องด้วย เทคโนโลยี เศรษฐกิจ การศึกษา and etc. มันทำให้โลกทั้งโลกหันมามีแนวคิดเหมือนกันมากยิ่งขึ้น
 
ถ้าจะให้พูดตามจริง เรื่องวัฒนธรรมเนี่ย . . . ไม่มีใครอยากที่จะฟังหรอกครับ แล้วก็เป็นเรื่องที่ลึกซึ้งและเข้าใจยากด้วย เพราะแต่ละคนนะชื่อมั่นแต่ว่า ตัวเองนั้นเลิศเลอเพอร์เฟคเสียนี่กระไร ความคิดของตนนั้นสำคัญที่สุด ผมว่า พี่ว่า ฉันว่า ทำแบบนี้จะดีที่สุด คนแบบนี้ในสังคมปัจจุบันมีเยอะนะ
 
คุณเป็นคนอย่างนั้นหรือเปล่า?
 
ถ้าใช่ สิ่งแรกที่คุณก็อาจะเป็น "คนใจแคบ"
 
แล้วคุณพยายามที่จะป๊อปด้วยหรือเปล่า?
 
ถ้าใช่ คุณก็อาจจะเป็น "คนกระแดะ"
 
แล้วคุณพยายามเอาความคิดตัวเองไปฝังในความคิดของคนอื่นหรือเปล่า เพื่อให้คนอื่นหันมาคิดแบบคุณ เพื่อให้คนอื่นเชื่อว่าความป๊อปนี้นั้นดีต่อโลก?
 
ถ้าใช่ คุณก็อาจจะเป็น "คนดัดจริต"
 
ผมว่านี่ล่ะ คือตรรกะง่ายๆ ที่จะเรียกคนดัดจริต ซึ่งมาจากพฤติกรรมของตัวคนคนนั้นจริงๆ ชนิดที่เรียกได้ว่า ควายล้วนๆ ไม่มีวัวปน เลยทีเดียว
 
สรุปก็คือ ผมเชื่อว่าคนทุกคนมีความคิดและแนวคิดเป็นของตัวเอง และทุกๆคนในสังคมไทยนั้นเป็นตัวแปรที่สำคัญที่ทำให้สังคมไทยของพวกเรานั้นเปลี่ยนไป ถ้าคุณทำในสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสม สมควร สังคมก็จะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดี แต่ถ้าพวกเราทำในสิ่งที่ตรงข้ามกัน เราก็จงใช้ชีวิตอยู่ต่อไปในเมืองดัดจริต (ที่ไม่ใช่แค่คำว่า กทม. แต่นั้นหมายถึง ประเทศไทยทั้งชาติ) และชีวิตกระแดะต่อไปเถอะนะ
 
ขอบพระคุณครับ

Recommend